Support
Spalco-OWA.com
Tel : 02-391-4224 02-391-8680
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

การพิจารณาเลือกใช้ม่านผ้าหรือม่านปรับแสง

kaewtaspalco@hotmail.com | 23-06-2559 | เปิดดู 1987 | ความคิดเห็น 0

 ม่านปรับแสง

 

ม่านปรับแสงโดยทั่วไปจะเป็นม่านที่ทำจากอะลูมิเนียมมาร้อยเข้าไว้ด้วยกัน เหตุที่ได้ชื่อว่าม่านปรับแสงก็เนื่องจากว่าม่านแบบนี้สามารถลดทอนแสงสว่างจากภายนอกที่จะเข้าสู่ภายในห้องได้ โดยการปรับหมุนองศาของแผ่นกันแดดให้เอียงตามความต้องการ คล้ายกับบานเกล็ดหน้าต่างปรับมุมที่ใช้กัน จะต่างกันก็ตรงที่ม่านปรับแสงเป็นแผ่นอะลูมิเนียมเล็ก ๆ บาง ๆ

ข้อดีของม่านปรับแสงคือ สามารถลดทอดนความจัดจ้าของแสงแดดที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นฉากกั้นสายตาไปในตัวโดยไม่ทำให้ภายในมองไม่เห็นภายนอก นอกจากจะปรับมุมองศาของแผ่นอะลูมิเนียมให้ปิดซ้อนทับกันสนิท

                       

อีกอย่างหนึ่งก็คือ ม่านปรับแสงเป็นม่านที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันแสงแดด ดังนั้นจึงมีการใช้งาน่ของแผ่นม่านสองลักษณะด้วยกัน คือม่านปรับแสงแบบแผ่นอะลูมิเนียมวางตามแนวนอน และแบบแผ่นอะลูมิเนียมตามแนวตั้ง ความแตกต่างของการเลือกใช้งานจะอยู่ที่ใบม่านตามแนวนอน เหมาะจะใช้บังแดดทางด้านทิศใต้ เพราะแสงแดดทางทิศนี้จะเอียงทำมุมกับตัวอาคาร ดังนั้นการเลือกใช้ใบม่านแนวนอนจะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี เช่นเดียวกับการยื่นชายคาหรือระเบียงกั้นแดดให้กับอาคารทางด้านทิศใต้

สำหรับม่านปรับแสงทางด้านตั้ง ใบม่านแบบนี้จะมีวัสดุเป็นอะลูมิเนียมและแผ่นใยสังเคราะห์ให้เลือกใช้ ม่านปรับแสงที่มีแผ่นทางตั้งนี้เหมาะจะใช้กันแดดทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศทางที่แสงแดดจะส่องเข้ามาตรง ๆ ดังนั้นการจัดให้ใบม่านพลิกเอียงไปมาได้ตามแนวดิ่งจะทำให้สามารถป้องกันแดดทางด้านนี้ได้ดีกว่าการเลือกใช้ใบม่านตามแนวนอน

                       

จุดด้อยของม่านปรับแสงจะอยู่ที่ข้อจำกัดของการใช้งาน เพราะม่านแบบนี้เหมาะสำหรับนำไปใช้ในงานตกแต่งแบบสมัยใหม่มากกว่าจะนำไปใช้กับงานตกแต่งรูปแบบอื่น ๆ อีกทั้งม่านแบบนี้ยังมีผิวสัมผัสที่แข็งกระด้าง ไม่ดูนุ่มนวลอบอุ่นเหมือนผ้าม่าน จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมนำมาใช้กับบ้านพักอาศัย หากกลับไปนิยมใช้ในอาคารสำนักงาน เพราะสามารถดูแลทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าม่าน จึงเป็นผลทำให้เกิดความรู้สึกตามมาว่าการเลือกใช้ม่านปรับแสงในบ้านพักอาศัย บรรยากาส และความรู้สึกที่ออกมาจะเหมือนกับอาคารสำนักงาน ทั้งที่จริงแล้วถ้าพิจารณากันตามประโยชน์ใช้สอย ม่านปรับแสงนั้นจะให้ประโยชน์กว่าผ้าม่านเสียอีก

การจะตัดสินใจเลือกใช้ม่านแบบใดแบบหนึ่งนั้นก็คงจะต้องมาพิจารณากันที่ประโยชน์ใช้สอยก่อน รวมทั้งงานตกแต่งเป็นประการสำคัญเพื่อการตัดสินใจ เช่น ถ้างานตกแต่งเป็นลักษณะของงานสไตล์ยุคใดยุคหนึ่งก็จำเป็นอยู่เองที่ต้องเลือกใช้ม่านผ้า เพราะจะเข้ากันได้กับงานตกแต่ง ดีกว่าการใช้ม่านปรับแสง แต่ถ้าเป็นงานตกแต่งแบบสมัยใหม่ที่สามารถเลือกใช้ม่านได้ทั้งสองชนิดก็คงต้องมาพิจารณากันที่ประโยชน์ใช้สอยว่าต้องการติดม่านเพื่อจุดประสงค์อะไรถ้าเป็นม่านที่ใช้กันแดดเข้าสู่อาคารก็น่าจะเลือกใช้ม่านปรับแสงมากกว่าการใช้ผ้าม่าน เพราะม่านปรับแสงสามารถเลือกปรับมุมเพื่อกันแดดได้ โดยยังคงมองเห็นภายนอก และอีกประการหนึ่ง ถ้าเลือกใช้ใบม่านชนิดที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ดี ก็จะช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารได้อีกด้วย

           

และมาถึงข้อพิจารณาข้อสุดท้าย คือเรื่องของราคา ผ้าม่านจะมีช่วงราคาให้เลือกมากมายตามราคาของผ้าแต่ละชนิด รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบใช้ของชุดม่าน ในขณะที่ม่านปรับแสงจะมีช่วงราคาที่ค่อนข้างแน่นอน มีแบบ ขนาด และสีสันให้เลือกใช้จำกัด ฉะนั้นในกรณีที่มีงบประมาณไม่มากนัก ผ้าม่านดูจะเหมาะสมกว่า เพราะเมื่อเทียบกันแล้วผ้าม่านธรรมดา ๆ พอใช้งานได้จะมีราคาถูกกว่าม่านปรับแสงพอสมควร พร้อมทั้งให้ความรู้สึกของความนุ่มนวล อบอุ่นได้มากกว่าม่านปรับแสง และที่สำคัญ ถ้ามีความสามารถเย็บปักถักร้อยพอควรก็สามารถเย็บผ้าม่านใช้เองได้ แต่ในขณะที่ต่อให้เก่งเท่าเก่งก็ไม่สามารถทำม่านปรับแสงใช้เองได้

ที่มา :  http://www.bestroomstyle.com/

ความคิดเห็น

วันที่: 27-11-2020

แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0